การสอนแบบโครงงาน

 

การสอนแบบโครงงาน ( Project )

            การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน คือ การจัดประสบการณ์ในการปฏิบัติงานให้เด็กเหมือนกับการทำงานในชีวิตจริง เพื่อให้เด็กมีประสบการณ์ตรง  เด็กจะได้เรียนรู้  วิธีการแก้ปัญหา

รู้จักการทำงานอย่างมีระบบ  รู้จักการวางแผนในการทำงาน  ฝึกการคิดวิเคราะห์ และเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ประเภทของโครงงาน

            โครงงานต่างๆมีหลายลักษณะ เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงงานที่ทำการศึกษาค้นคว้าทดลอง เพื่อตรวจสอบสมมุติฐานหนึ่งที่ได้กำหนดไว้  โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์  หรือเป็นโครงงานด้านอื่นๆ เช่นโครงงานวิชาชีพต่างๆ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเรื่องของการศึกษาค้นคว้า  ทดลอง  ตรวจสอบสมมุติฐาน  โดยอาศัยการศึกษาวิเคราะห์ ใช้ทักษะกระบวนการ

โครงงานวิทยาศาสตร์ หมายถึง กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่นักเรียนคิด  ลงมือปฏิบัติ  เรียนรู้ตอบปัญหาที่สงสัย  อยากรู้  โดยนำวิธีการวิทยาศาสตร์  ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์  เจตคติทางวิทยาศาสตร์  มาใช้จนงานสำเร็จ

 วิธีการทางวิทยาศาสตร์  ( Scientific  method )

  1. กำหนดปัญหา
  2. ตั้งสมมติฐาน
  3. ทดลอง
  4. รวบรวมข้อมูล
  5. สรุปผลการทดลอง

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  หมายถึง เครื่องมือที่ใช้ค้นคว้าความจริงทางวิทยาศาสตร์

  1. ทักษะการสังเกต
  2. การจำแนกประเภท
  3. การวัด
  4. การคำนวณ
  5. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส
  6. การจัดกระทำและสื่อความหมาย
  7. การลงความคิดเห็นจากข้อมูล
  8. การพยากรณ์
  9. การตั้งสมมติฐาน
  10. การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
  11. การกำหนดและกาควบคุมตัวแปร
  12. การทดลอง
  13. การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป

เจตคติทางวิทยาศาสตร์ 

-                   ความมีเหตุผล ไม่หลงเชื่อ  งมงาย             – ความซื่อสัตย์

-                   ความอดทน                                               – คิดรอบคอบก่อนตัดสินใจ

-                   ใจกว้าง  ยอมรับฟังเป็นต้น

-                   ความเพียรพยายาม

 

จุดมุ่งหมายของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์

  1. เพื่อให้นักเรียนใช้ความรู้และประสบการณ์เลือกทำโครงงานวิทยาศาสตร์ตามที่สนใจ
  2. เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่างๆด้วยตนเอง
  3. เพื่อให้นักเรียนได้แสดงออกซึ่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
  4. เพื่อให้นักเรียนมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเห็นคุณค่าของการใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา
  5. เพื่อให้นักเรียนมองเห็นแนวทางในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในแต่ละท้องถิ่น
  6. เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
  7. เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น

 

โครงงานวิทยาศาสตร์  แบ่งออกเป็น  4 ประเภท

1. โครงงานประเภททดลอง

            -  เป็นโครงงานที่ออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาผลของตัวแปรหนึ่งที่มีผลต่อตัวแปรหนึ่ง  โดยควบคุมตัวแปรอื่นๆที่อาจมีผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษา

- ขั้นตอนการดำเนินงานของโครงงานนี้จะประกอบด้วย  การกำหนดปัญหา  ตั้งสมมุติฐาน  การออกแบบการทดลอง  การดำเนินการทดลอง  การรวบรวมข้อมูล  การแปลผล และสรุปผล

2. โครงงานประเภทสำรวจ

- ไม่มีการจัดหรือกำหนดตัวแปรอิสระที่ต้องการศึกษาเหมือนโครงงานประเภททดลอง

- ผู้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูล แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาจำแนกเป็นหมวดหมู่และนำเสนอในรูปแบบต่างๆ  เพื่อให้เห็นลักษณะหรือความสัมพันธ์ในเรื่องที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

3.โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์

-เป็นโครงงานที่ประยุกต์ทฤษฎีหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เครื่องมือ  เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่างๆ

4. โครงงานประเภททฤษฎี

- เป็นโครงงานที่เสนอทฤษฎีหลักการหรือแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตร  สมการ

หรือคำอธิบาย  อาจขัดแย้งกับทฤษฎีเดิม  อาจเป็นของใหม่หรือยังไม่มีใครคิดมาก่อน

-                   ต้องมีความรู้พื้นบานเรื่องนั้นเป็นอย่างดี

-                   มักเป็นโครงงานคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ เช่น โครงงานเรื่องการอธิบาย     อวกาศแนวใหม่   โครงงานเรื่องทฤษฎีของจำนวนเฉพาะ  เป็นต้น

สมมติฐาน  หมายถึง คำตอบหรือคำอธิบายโดยยังไม่มีการทดสอบซึ่งอาจจะถูกหรือไม่ถูกก็ได้

-                   การเขียนสมติฐานควรมีเหตุและมีผล  มีทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์รองรับ

-                   เป็นข้อความที่มองเห็นแนวทางในการดำเนินการทดลองหรือสามารถทดสอบได้

-                   ส่วนใหญ่การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์มีสมติฐานของการศึกษา ยกเว้นโครงงานประเภทสำรวจ

ตัวแปร    การศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ได้แบ่งตัวแปรออกเป็น 3 ประเภท

  1. ตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ  คือ สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลต่างๆ หรือ สิ่งที่เราต้องการศึกษาทดลองดูว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดผลเช่นนั้นจริงหรือไม่
  2. ตัวแปรตาม คือ สิ่งที่เป็นผลเนื่องมาจากตัวแปรต้น  เมื่อตัวแปรต้นหรือสิ่งที่เป็นสาเหตุเปลี่ยนไป ตัวแปรตามหรือสิ่งที่เป็นผลก็จะเปลี่ยนไปด้วย
  3. ตัวแปรควบคุม  คือ สิ่งอื่นๆนอกเหนือจากตัวแปรต้นที่จะมีผลต่อการศึกษา  ซึ่งจะต้องควบคุมให้เหมือนกัน มิเช่นนั้นแล้วอาจจะทำให้ผลการศึกษาคลดเคลื่อน

 

อ่างอิง

14  วิธีการสอนสำหรับครูมืออาชีพ   ทิศนา  แขมมณี  สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  2552

 

การสอนแบบโครงการ  วัฒนา  มัคคสมัน    สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  2550

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s