จุดประสงค์ของการเรียนการสอน

                                                                   บทที่6

                                                 จุดประสงค์ของการเรียนการสอน

จุดประสงค์ของการเรียนการสอน       คือข้อความที่ระบุคุณลักษณะการเรียนรู้ละความสามารถที่ครูต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนได้ผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนในเรื่องหรือบทหนึ่งๆแล้ว

ความสำคัญของจุดประสงค์การเรียนการสอน

จุดประสงค์การเรียนรู้เป็นจุดหมายปลายทางของการเรียนการสอนที่ได้แนวทางมาจากความคิดรวบยอดการเรียนการสอนดังนั้นจุดประสงค์การเรียนการสอนจึงมีความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอน

ตัวอย่าง 

        ในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง  ”การฟัง” ให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่  1  ซึ้งมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการจับใจความสำคัญจากการพูดหรืองานเขียนที่มีผู้อ่านให้ฟัง

จุดประสงค์ของการเรียนการสอน

หลังจากนักเรียนได้ผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่องการฟังเกี่ยวกับการจับใจความสำคัญจากการพูด   หรืองานเขียนที่มีผู้อ่านให้ฟังแล้วนักเรียนสามารถจังใจความสำคัญได้จากคำบรรยาย

ลักษณะของจุดประสงค์การเรียนการสอน

จุดประสงค์ทางการศึกษาอาจแบ่งได้เป็น    2    ระดับ  คือ  จุดประสงค์ทั่วไปและจุดประสงค์เฉพาะ

1.จุดประสงค์ทั่วไป

เป็นจุดประสงค์ที่มีความหมายกว้างไม่เฉพาะเจาะจง  ได้แก่   จุดประสงค์ทั่วไปของหลักสูตรจุดประสงค์ของแผนการศึกษาชาติซึ่งมีคนที่เรียกแตกต่างกันออกไป   เช่นจุดมุ่งหมาย   ความมุ่งหมาย   จุดหมาย   วัตถุประสงค์  และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

ตัวอย่าง   เช่น

1.เพื่อให้มีนิสัยใฝ่หาความรู้และมีความคิดสร้างสรรค์

2.เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและเห็นคุณค่าในศิลปวัฒธรรมไทย

3.เพื่อปลูกฝังให้มีความภูมิใจในความเป็นไทย

2.จุดประสงค์เฉพาะ

เป็นจุดประที่มีความหมายเฉพาะเจาะจงและเป็นจุดประสงค์ที่ตั้งขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้ง  ตรวจสอบได้

ตัวอย่างเช่น

1.นักเรียนสามารถอธิบายถึงข้อควรปฏิบัติในการฟังและพูดในโอกาสต่างๆได้

2.นักเรียนสามารถเขียนแผนภูมิแท้งได้

3.นักเรียนสามารถบอกได้ว่าอาหารชนิดไดอยู่ในหมู่ไดได้ถูกต้อง

จุดประสงค์เฉพาะจะชี้ให้เห็นสิ่งที่ต้องการจากการศึกษาอย่างเฉพาะเจาะจงและเกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาโดยตรง  ซึ้งเป็นจุดปะสงค์ที่ใช้ในการเรียนการสอนของครูในชั้นเรียน

จุดประสงค์ทางการศึษานอกจากจะแบ่งเป็น   2   ระดับดังกล่าวแล้ว   ยังแบ่งตตามลักษณะการเรียนรู้ได้เป็น  3  ด้านดังนี้

1.พุทธิสัย (Cognitive Domain)

2.จิตพิสัย(Affective  Domain)

3.ทักษะพิสัย(Psychomotor  Domain)

พุทธิสัย

เป็นจุดประสงค์ทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางด้านปัญญา  คือ  ความรู้  ความเข้าใจ  การใช้ความคิด

1.ความรู้ หมายถึงความสามารถในการจำเนื้อหาความรู้และละลึกได้เมื้อต้องการนำมาใช้ สิ่งที่จำได้แก่ความรู่ที่เฉพาะเจาะจงความรู้เกี่ยวกับวิธีการและความรู้เกี่ยวกับหลักการ

เช่น

นักเรียนสามารถบอกคำแปลของเครื่องหมายได้

นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้

2.ความเข้าใจ   หมายถึงการเข้าใจในเนื้อหาสาระไม่ได้จำเพียงอย่างเดียวสามารถแสดงพฤติกรรมความเข้าใจในรูปแบบการแปลความหมายตีความหรือสรุปความสำคัญได้

3.การนำไปใช้   หมายถึงการนำเอาเนื้อหาสาระหลักการความคิดรวบยอดและทฤษฏีต่างๆไปใช้ในรูปแบบใหม่สถานการณ์ใหม่ๆ

4.การวิเคราะห์   หมายถึงความสามารถในการแยกเนื้อหาให้เป็นส่วนย่อยเพื่อค้นหาองค์ประกอบหรือความสำคัญระหว่าส่วนย่อยนั้นซึ้งนักเรียนสามารถวิเคราะห์ได้ก็ต่อเมื่อนัดเรียนเข้าใจในเนื้อหาสาระที่เรียนมาแล้ว

5.การสังเคราะห์   หมายถึงความสามารที่จะเอาองค์ประกอบหรือส่วนย่อยๆ  เข้ามารวมกันเพื่อให้เป็นภาพที่สมบูรณ์เกิดความกระจ่างในสิ่งเหล่านั้น

6.การประเมินค่า   หมายถึงความสามารถในการพิจารณาตัดสินคุณค่าของสิ่งต่างๆโดยที่ผู้ตัดสินกำหนดเกณฑ์ขึ้นมาเอง  หนือเกณฑ์ที่ผู้อื่นกำหนดขึ้น

จิตพิสัย

เป็นจุดประสงค์เกี่ยวกับความรู้สึกทางจิตใจซึ้งรวมถึงความสนใจ  อารมณ์  เจตคติ  ค่านิยม  และคุณธรรม  กระบวนการที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะเกิดตามลำดับ

1.การรับ  คือการที่นักเรียนได้รับประสบการณ์จากสิ่งแวดล้อม  เช่น  นักเรียนยอมรับความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมในสังคม

2.การตอบสนอง  คือการมีปฏิกิริยาโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมที่รับเข้ามาด้วยความเต็มใจ

3.การเห็นคุณค่า   เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่รับรู้สิ่งแวดล้อม  และปฏิกิริยาโต้ตอบสังเกตุได้จากพฤติกรรมที่ยอมรับค่านิยมไดค่านิยมหนึ่ง  การชื้นชอบค่านิยมหรือการปฏิบัติตนตามค่านิยมไดค่านิยมหนึ่ง

4.การจัดรวบรวม  เป็นการคิดพิจารณาและรวบรวมค่านิยมให้เข้าเป็นระบบค่านิยมหรือสร้างมโนทัศน์ของค่านิยม

5.การพิจารณาคุณลักษณะจากค่านิยม  เป็นเรื่องของการประพฤติ  คุณสมบัติ  และคุณลักษณะของแต่ละบุคคลที่เป็นผลของความรู้สึก  ความคิด  และการสร้างค่านิยม

3.ทักษะพิสัย (Psychomotor Domain)

เป็นจุดประสงค์ที่เกี่ยวกับทักษะในการเคลื่อนไหว และใช้อวัยวะต่างๆของร่างกาย มีลำดับการพัฒนาทักษะ ดังนี้

                   1.การเลียนแบบ เป็นการทำตามตัวอย่างที่ครูให้ หรือดูแบบจากของจริง

                   2.การทำตามคำบอก เป็นการทำตามคำสั่งของครูโดยไม่มีตัวอย่างให้เห็น

                   3.การทำอย่างถูกต้องและเหมาะสม เป็นการทำโดยนักเรียนอาศัยความรู้ที่เคยทำมาก่อนแล้วเพิ่มเติม ดัดแปลงตามความที่คิดเห็น

                  4.การทำได้ถูกต้องหลายรูปแบบ เป็นการทำในเรื่องที่คล้ายๆกัน และแยกรูปแบบได้ถูกต้อง

                  5.การทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการที่ทำเกิดจากความรู้ ความชำนาญ และเสร็จได้ในเวลารวดเร็ว

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

การกำหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ชัดเจนทำให้ครูสามารถ

-หาวิธีการสอนได้อย่างเหมาะสม

-เลือกสื่อการเรียนการสอนได้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระที่จะเรียน

-จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้เหมาะสม

-เตรียมการวัดผลและประเมินผลได้เหมาะสม

-ทำให้การสอนบรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้

ความหมาย

จุดประสงค์เชิงพฤตกรรมเป็นจุดประสงค์การศึกษาที่บ่งบอกถึงการกระทำของนักเรียนอย่างชัดเจนว่านักเรียนสามารถทำอะไรได้บ้าง หลังจากที่เรียนบทเรียนนั้นๆแล้วและการกระทำของนักเรียนที่ระบุนั้นจะต้องสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

องค์ประกอบ

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน

              1.สถานการณ์ที่ครูตั้งขึ้น เพื่อให้นักเรียนแสดงพฤติกรรมออกมา มักใช้คำว่า กำหนดให้…., ภายหลังจากที่….., ถ้ามี….., เมื่อ…

              2.พฤติกรรมของนักเรียนที่ครูคาดหวังให้แสดงออกมา เป็นพฤติกรรมที่สามารถสังเกตได้ได้แก่ อธิบาย บรรยาย บอก วาด เขียน ชี้ คำนวณ ตอบ ท่อง เปรียบเทียบ สร้าง ทดลอง รายงาน ออกแบบ สาธิต ยกตัวอย่าง ฯลฯ

คำที่ไม่ควรใช้ในจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ได้แก่ รู้ เข้าใจ ซาบซึ้ง ตระหนัก จินตนาการฯลฯ

              3.เกณฑ์ระดับความสามารถของพฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออก มักใช้คำว่า ได้ ถูกต้อง ถูกหมด ได้ทุกข้อ ได้ 8 ข้อใน10ข้อ

ตัวอย่างจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1.เมื่อกำหนดโจทย์เลขเศษส่วนให้ 10 ข้อ นักเรียนสามารถทำได้ถูกต้องอย่างน้อย 8 ข้อ

2.เมื่อนำแผนมาให้นักเรียนดู นักเรียนสามารถบอกชื่อเครื่องหมายในแผนที่ได้อย่างน้อย 5 ชื่อ

3.เมื่อนำชื่อสัตว์ต่างๆมาติดบนกระดานดำ นักเรียนสามารถแยกชื่อสัตว์ที่เลี้ยงไว้ใช้งานได้ถูกต้อง

4.จากการสังเกตจากดวงอาทิตย์ นักเรียนสามารถชี้ทิศทั้งสี่ทิศได้ถูกต้อง

หลักทั่วไปในการเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1.เขียนสั้นๆให้ได้ใจความ ควรมีความยาวเพียงหนึ่งหรือสองประโยค

2.จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมหนึ่งข้อจะระบุพฤติกรรมที่คาดว่าจะเกิดเพียงหนึ่งพฤติกรรม

3.ต้องระบุพฤติกรรมปลายทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยนักเรียนเท่านั้น

4.พฤติกรรมที่ระบุในจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมต้องเป็นพฤติกรรมที่สังเกตเห็นได้

5.คำที่ใช้เขียนในการเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมต้องเป็นคำที่มีลักษณะชี้เฉพาะเจาะจง

แนวปฏิบัติในการเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม                                                            

           1.กำหนดจุดประสงค์ในการเรียนรู้โดยทั่วไป                                                    

           2.กำหนดพฤติกรรมที่คาดหวังว่า ผู้เรียนจะแสดงออกหลังจากเกิดการเรียนรู้

                 2.1.พฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความสามารถด้านพุทธิพิสัย

                         1.ความรู้ ได้แกคำว่า ให้ความหมายได้ บอกเรื่องราวได้ บอกชื่อได้ ตั้งชื่อเรื่องได้ จับคู่ได้ เลือกได้ เขียนโครงร่างได้

                         2.ความเข้าใจ ได้แก่ แยกแยะได้ อธิบายได้ แปลความได้ ให้เหตุผลได้ ขยายความได้ คาดคะเนได้ ย่อความได้ ยกตัวอย่างได้

                         3.การนำไปใช้ ได้แก่ ปฏิบัติได้ แสดงได้ เตรียมการได้ ผลิตได้ สาธิตได้ คำนวณได้ แก้ปัญหาได้ คิดค้นได้

                         4.การวิเคราะห์ ได้แก่ จำแนกได้ แบ่งกลุ่มได้ อ้างอิงได้

                         5.การสังเคราะห์ ได้แก่ รวบรวมได้ จัดกลุ่มได้ ป้องกันได้ สร้างระบบได้

                         6.การประเมินค่า ได้แก่ เกิดความพอใจ เห็นความแตกต่าง เปรียบเทียบได้ สรุปความได้ วิจารณ์ได้ ตัดสินได้ แปลความได้ สัมพันธ์เรื่องราวได้

                  2.2 พฤติกรรมที่บ่งถึงความสามารถด้านจิตพิสัย

                         1.การรับ ได้แก่ สอบถาม ทำตาม ให้ เลือกบรรยาย ชี้ บอกชื่อ ฯลฯ

                         2.การตอบสนอง ได้แก่ ตอบ ช่วยเหลือ ทำตาม อภิปราย ปฏิบัติ เสนอ อ่าน รายงาน เลือก เขียน

                         3.การเห็นคุณค่า ได้แก่ ทำให้เสร็จ อธิบาย ทำตาม ริเริ่ม ร่วมให้ข้อเสนอ รายงาน มีส่วนร่วม ศึกษา

                         4.การจัดรวบรวม ได้แก่ จัด รวม เปรียบเทียบ ชี้ ผสมผสาน จัดระเบียบ สัมพันธ์ สังเคราะห์

                         5.การสร้างคุณลักษณะ ได้แก่ ต้องการ ต่อต้าน จัดการ หลีกเลี่ยง

                2.3.พฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความสามารถด้านทักษะพิสัย

1.แสดงให้ถูกลักษณะ เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง โยนลูกบอล

2.ปฏิบัติได้ถูกต้อง เช่น เลื่อย เจาะ ตอกตะปู ติดตั้ง

3.แสดงได้คล่องแคล่ว เช่น เต้นรำถูกจังหวะ

4.ทำงานได้รวบเร็ว ถูกต้อง และสวยงาม เช่น พิมพ์ดีด เขียนหนังสือ

5.ทำงานคล่องแคล่วและปลอดภัย เช่น การขับรถ หรือการทำงาน ต่างๆโดยคำที่ระบุว่ามีทักษะ ได้แก่ จัดตั้ง สร้าง ทำ ฝึกหัด บรรจุ

             3.กำหนดสถานการณ์หรือเงื่อนไข

สถานการณ์จะทำให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมที่คาดหวังมี 3 ลักษณะ

                 3.1 สถานการณ์ที่เป็นเนื้อหา เช่น อธิบายความสำคัญของน้ำได้ บอกคุณสมบัติของก๊าชได้

                 3.2 สถานการณ์ที่เป็นสิ่งเร้า ใช้เป็นตัวเร้าให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมต่างๆ เช่น เมื่อให้ตัวอย่างสัตว์เลี้ยง 10 ชนิด นักเรียนสามารถบอกได้ว่า สัตว์ชนิดใดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

                3.3 สถานการณ์ที่เป็นเงื่อนไข ใช้เป็นเงื่อนไขของการกระทำ หรือพฤติกรรมที่ต้องการแสดงออก ที่ระบุข้อห้าม และข้อควรกระทำ เช่น

-สามารถแบ่งครึ่งเส้นตรงที่กำหนดให้ได้โดยใช้วงเวียน

-สามารถอธิบายลักษณะของนกเป็ดน้ำได้โดยไม่ต้องเปิดตำรา

           

 

  4.กำหนดเกณฑ์

1.กำหนดเกณฑ์เป็นปริมาณ คือ การกำหนดจำนวนที่ปฏิบัติได้ถูกต้อง เช่น คำนวณโจทย์เลขคณิตได้ถูกต้องอย่างน้อย 6 ข้อ จาก  9 ข้อ

2.กำหนดเกณฑ์เป็นความเร็ว คือ กำหนดเกณฑ์เป็นระยะเวลาที่จะทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เช่น พับกระดาษเป็นรูปเรือได้ภายใน 2 นาที

             5.เขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม

เมื่อกำหนดองค์ประกอบทุกส่วนของจุดประสงค์ได้แล้วก็ลงมือเขียนโดยยึดหลักการเขียนที่กล่าวมาแล้ว

            6.พิจารณาทบทวนจุดประสงค์ที่กำหนดขึ้น

เพื่อดูว่าจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมนั้น ครบถ้วนตามเนื้อหาและการเรียนรู้ด้านต่างๆ หรือไม่ มีความชัดเจนที่ผู้อ่านจะอ่านได้เข้าใจตรงกันหรือไม่ มีความเหมาะสมกับลักษณะของนักเรียนหรือไม่

ตัวอย่างจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1.เมื่อจัดอุปกรณ์ที่จำเป็นให้ นักเรียนสามารถตั้งเครื่องมือการทดลองการเตรียมก๊าซออกซิเจนได้อย่างถูกต้องภายในเวลา 15 นาที

2.เมื่อกำหนดคำศัพท์ภาษาไทย 10 คำ นักเรียนสามารถแยกได้ว่า คำใดเป็นคำกิริยา คำใดเป็นคำสรรพนาม ได้ถูกต้องทุกคำ

3.หลังจากการเรียนเรื่อง เศษส่วน นักเรียนสามารถทำแบฝึกหัดได้ถูกต้องอย่างน้อย 8 ข้อใน 10 ข้อ

การนำจุดประสงค์ในการสอนไปปฏิบัติ

1.กำหนดวิธีสอน

2.กำหนดสื่อการสอน ข้อควรคำนึง

2.1.วิธีการสอนและสื่อการสอนควรเป็นสิ่งที่ทำให้การสอนดำเนินไปสู่จุดประสงค์ที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.2.ความพร้อมของห้องเรียน สภาพของโรงเรียน

2.3.ความพร้อมของนักเรียน ความรู้พื้นฐานของนักเรียน

2.4.ความพร้อมของครู

3.กำหนดขั้นตอนการสอน

4.กำหนดแนวการประเมินผล ในการประเมินผลครูควรปฏิบัติ คือ ครูควรจะใช้วิธีการประเมินผลหลายทาง เช่น ใช้แบบสอบถาม การสังเกต การทดสอบ หรือ พิจารณาจากผลงานที่ได้จากการเรียน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s